บทความวิชาการ เดือนกันยายน 2569
Palliative Care ในมะเร็งนรีเวช: เริ่มเร็ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
พญ.นภัส โล่ตระกูล
หน่วยมะเร็งวิทยานรีเวช กองสูตินรีเวชกรรม
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
การดูแลมะเร็งไม่ได้มีเพียงการควบคุมโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังมี “การดูแลแบบประคับประคอง” ร่วมด้วย บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นการดูแลเมื่อไม่สามารถรักษามะเร็งได้แล้ว แต่แท้จริงผู้ป่วยควรได้กับการดูแลแบบประคับประคองร่วมด้วยตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย ผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชอาจเผชิญความปวด ท้องอืดหรือมีน้ำในช่องท้อง คลื่นไส้ รับประทานอาหารได้น้อย อ่อนเพลีย เลือดออกผิดปกติ ขาบวมจากภาวะบวมน้ำเหลือง ตลอดจนความกังวลเรื่องภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ ครอบครัว การงาน และค่าใช้จ่าย การดูแลความทุกข์เหล่านี้จึงเป็นส่วนสำคัญของการรักษา
Palliative Care คืออะไร
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization,WHO) ได้ให้ความหมายของการดูแลผู้ป่วยแบบ Palliative Care โดยมุ่งที่จะดูแลคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เป็นการดูแลเพื่อบรรเทาความทุกข์และความเจ็บปวดของผู้ป่วยที่เผชิญโรคร้ายแรง พร้อมทั้งดูแลครอบครัวและผู้ดูแล ครอบคลุมทั้งอาการทางกาย จิตใจ สังคม ความเชื่อและสิ่งที่ผู้ป่วยให้คุณค่าแบบองค์รวม เป้าหมายคือ ให้ผู้ป่วยได้ทำตามความตั้งใจของตนเอง ไม่ทุกข์ทรมานจากอาการของโรค มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดกับคนที่รัก และได้เสียชีวิตอย่างสงบ โดยไม่ใช่การเร่งหรือยืดวาระสุดท้ายของชีวิต (1)
การดูแลอาจครอบคลุมการควบคุมอาการ การช่วยทำความเข้าใจโรคและทางเลือกการรักษา การพูดคุยว่าอะไรสำคัญต่อผู้ป่วย การประสานทีมรักษา และการสนับสนุนผู้ดูแล เพื่อให้การรักษาเป็นไปในรูปแบบที่ผู้ป่วยต้องการที่สุด ผู้ป่วยยังคงรับการผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา หรือยารักษามะเร็งตามข้อบ่งชี้ได้ เพราะ palliative care เป็น “การดูแลเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง” ที่ทำควบคู่กับการรักษามะเร็ง
Palliative care ต่างจาก Hospice อย่างไร
ทั้งสองแนวคิดมุ่งลดความทุกข์และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต แต่ช่วงเวลาและบริบทต่างกัน Palliative care เริ่มได้ในทุกระยะของโรคร้ายแรงตามความต้องการของผู้ป่วย และให้พร้อมกับการรักษามะเร็งได้ ส่วน Hospice care เป็นรูปแบบหนึ่งของการดูแลที่มุ่งดูแลผู้ป่วยซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของชีวิต โดยเป้าหมายหลักเปลี่ยนจากการควบคุมโรคมาเป็นการดูแลความสุขสบายและการใช้เวลาที่เหลืออย่างมีความหมาย (2, 3) เกณฑ์รับบริการ Hospice care แตกต่างกันตามระบบสุขภาพของแต่ละประเทศ จึงไม่ควรใช้ตัวเลขระยะเวลารอดชีวิตจากต่างประเทศเป็นกฎตายตัวในบริบทไทย
เมื่อไหร่ควรเริ่มการดูแลแบบ Palliative Care
การดูแลแบบ Palliative Care ควรเริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรค (Early Palliative Care) และดูแลควบคู่ไปกับการดูแลรักษาโรคโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งและทีมประคับประคองทำงานร่วมกัน การเริ่มเร็วไม่ได้บอกว่าแพทย์หมดความหวังต่อการรักษา แต่หมายถึงทีมรักษาไม่ต้องการให้ผู้ป่วยเผชิญความทุกข์โดยลำพัง
แนวทาง (American Society of Clinical Oncology, ASCO) ปี 2024 แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามได้รับการดูแลจากทีมสหสาขาวิชาชีพด้าน Palliative Care ตั้งแต่ระยะแรก ควบคู่กับการรักษามะเร็ง และเน้นเป็นพิเศษเมื่อมีอาการควบคุมไม่ได้หรือคุณภาพชีวิตเป็นปัญหา โดยฉบับล่าสุดไม่ได้กำหนดเวลาตายตัวสำหรับผู้ป่วยทุกคน (4)

รูปภาพที่1: การดูแลผู้ป่วยแบบต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยตลอดจนช่วงสุดท้ายของชีวิต (ดัดแปลงจาก ดาริน จตุรภัทรพร, ชิดชนก ชูช่วย. Palliative care: ดูแลด้วยหัวใจ จากไปด้วยความรัก: คู่มือดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: อมรินทร์สุขภาพ; 2568. สร้างรูปด้วย ChatGPT (OpenAI))
ประโยชน์ที่มีหลักฐานรองรับ
งานวิจัยแบบสุ่มและการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบพบว่า Early Palliative Care ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและลดความรุนแรงของอาการได้ในระดับเล็กน้อยแต่มีความหมายต่อผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม (5-7) บางการศึกษาพบประโยชน์ต่ออารมณ์ ความพึงพอใจ การสื่อสารกับทีมรักษา และการดูแลที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย แนวทาง ASCO ยังสนับสนุนให้ครอบครัวและผู้ดูแล เข้าถึงความช่วยเหลือจากทีม Palliative Care เมื่อจำเป็น (2) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องการลดการเข้าโรงพยาบาล การใช้บริการฉุกเฉิน และการยืดอายุยังไม่ตรงกันในหลายๆการศึกษา แต่มีงานวิจัยที่มีชื่อเสียงที่ศึกษาในมะเร็งปอดพบว่า การรอดชีวิตดีขึ้น แต่ผลนี้ไม่ควรนำไปสรุปว่า ผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดจะมีอายุยืนขึ้นจาก Palliative Care ประโยชน์ที่สม่ำเสมอกว่าคือการดูแลอาการและคุณภาพชีวิต
Palliative care จึงไม่ใช่การยอมแพ้ ไม่เท่ากับ Hospice care และไม่ต้องรอจนหยุดรักษามะเร็ง การเริ่มดูแลเร็วคือการเพิ่มโอกาสให้ทุกวันในชีวิตผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชมีคุณภาพ และช่วยให้แผนการรักษาสอดคล้องกับชีวิตที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุดด้วย
เอกสารอ้างอิง
-
World Health Organization. Palliative care [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2020 [cited 2026 Aug 16].
-
National Cancer Institute. Choices for care with advanced cancer [Internet]. Bethesda (MD): National Cancer Institute; 2024 [cited 2026 Aug 16].
-
Myatra SN, Salins N, Iyer S, Macaden SC, Divatia JV, Muckaden M, Kulkarni P, Simha S, Mani RK. End-of-life care policy: An integrated care plan for the dying. Indian J Crit Care Med 2014;18:615-35.
-
Sanders JJ, Temin S, Ghoshal A, et al. Palliative care for patients with cancer: ASCO guideline update. J Clin Oncol. 2024;42(19):2336-2357. doi:10.1200/JCO.24.00542.
-
Temel JS, Greer JA, Muzikansky A, et al. Early palliative care for patients with metastatic non-small-cell lung cancer. N Engl J Med. 2010;363(8):733-742. doi:10.1056/NEJMoa1000678.
-
Zimmermann C, Swami N, Krzyzanowska M, et al. Early palliative care for patients with advanced cancer: a cluster-randomised controlled trial. Lancet. 2014;383(9930):1721-1730. doi:10.1016/S0140-6736(13)62416-2.
-
Haun MW, Estel S, Rucker G, et al. Early palliative care for adults with advanced cancer. Cochrane Database Syst Rev. 2017;6(6):CD011129. doi:10.1002/14651858.CD011129.pub2.