|

บทความวิชาการ เดือนกรกฎาคม 2569

รู้ทันครรภ์ไข่ปลาอุก ติดตามก่อนเป็นมะเร็งเนื้อรก

อ.พญ.พนิดา มาทวีโชติกุล
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

          ครรภ์ไข่ปลาอุกและมะเร็งเนื้อรกเกิดจากความผิดปกติของการตั้งครรภ์ พบได้แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของโลกโดยพบมากในแถบเอเชีย ในประเทศไทยมีรายงานอุบัติการณ์ของครรภ์ไข่ปลาอุกอยู่ที่ 1-2 รายต่อการคลอด 1,000 ราย (1) ครรภ์ไข่ปลาอุกสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งเนื้อรกได้ การติดตามหลังการรักษาจึงมีความสำคัญ เนื่องจากพยากรณ์โรคของมะเร็งเนื้อรกค่อนข้างดีมาก

          การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกแบ่งได้เป็น 2 ชนิดตามจำนวนชุดของโครโมโซม คือ complete hydatidiform mole (CHM) มีชุดโครโมโซม 2 ชุด (diploid) ที่มาจากฝ่ายชายเท่านั้น และ partial hydatidiform mole (PHM) มีชุดโครโมโซม 3 ชุด (triploid) ที่มาจากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์หรือภาวะแท้ง มีขนาดมดลูกโตกว่าอายุครรภ์ ตรวจอัลตราซาวน์พบลักษณะถุงน้ำเล็กๆในโพรงมดลูกเป็นจำนวนมาก (multiple small hypoechoic lesion) การแยกชนิดของครรภ์ไข่ปลาอุกอาศัยการตรวจทางคลินิกและการส่งตรวจทางพยาธิวิทยาซึ่งควรให้ความสำคัญ เนื่องจากโอกาสการพัฒนาเป็นมะเร็งเนื้อรกของครรภ์ไข่ปลาอุกทั้ง 2 ชนิดต่างกันมาก กล่าวคือ CHM มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งเนื้อรกร้อยละ 13-20 ขณะที่ PHM มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งเนื้อรกร้อยละ 0.5-5 (2)

          การรักษาคือการดูดชิ้นเนื้อครรภ์ไข่ปลาอุก (suction curettage) หรือการตัดมดลูก ที่อาจจะพิจารณาในผู้ป่วยที่มีอายุมากหรือมีบุตรเพียงพอแล้ว ทั้งนี้พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการตัดมดลูกมีโอกาสเกิดมะเร็งน้อยกว่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หากนำกลุ่มประชากรจากหลายงานวิจัยมารวมกัน (3)

          การติดตามระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์ (hCG) หลังการรักษาจะทำให้สามารถวินิจฉัยการกลายเป็นมะเร็งเนื้อรกได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นควรตรวจเลือดหาปริมาณ hCG ทุก 1-2 สัปดาห์ จนกระทั่งระดับ hCG ปกติติดต่อกัน 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นติดตามด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกายและปริมาณ hCG อีก 1 ครั้ง หลัง hCG ปกติแล้ว 1 เดือนกรณีเป็น PHM และติดตามปริมาณ hCG ทุก 1 เดือนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนกรณีเป็น CHM (4) ระหว่างการติดตามควรให้ผู้ป่วยคุมกำเนิดเพื่อป้องกันความสับสนกับการตั้งครรภ์ใหม่

          การวินิจฉัยมะเร็งเนื้อรกหลังตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก (Post-molar GTN) ตามเกณฑ์ของ The International Federation of Gynecologists and Obstetricians (FIGO) (5)

  1. ระดับ hCG คงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกินร้อยละ 10 (plateau) ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ โดยทำการตรวจเลือดในวันที่ 1, 7, 14 และ 21

  2. ระดับ hCG เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 2 สัปดาห์ โดยทำการตรวจเลือดในวันที่ 1, 7 และ 14

  3. ผลพยาธิวิทยาจากการขูดมดลูกเป็น choriocarcinoma

           อัตราการเกิดการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกซ้ำค่อนข้างต่ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1-2 โดยความเสี่ยงจะน้อยกว่าถ้าเคยตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกแบบ PHM ในกรณีพบการกลับเป็นซ้ำบ่อย มักพบผู้ป่วยในครอบครัวเดียวกัน ความผิดปกตินี้จึงอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม เรียกว่า familial recurrent hydatidiform moles (FRHM) ถ่ายทอดแบบ autosomal recessive พบความผิดปกติของยีน NLRP7 และ KHDC3L (6)

           กล่าวโดยสรุปการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกเป็นการตั้งครรภ์ผิดปกติที่สามารถรักษาได้ ความสำคัญคือการตรวจติดตามและวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโอกาสพัฒนากลายเป็นมะเร็งเนื้อรกได้ ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาได้อย่างรวดเร็วและลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากตัวโรค

เอกสารอ้างอิง

  1. เรืองศักดิ์ เลิศขจรสุข, อาบอรุณ เลิศขจรสุข. ครรภ์ไข่ปลาอุกและมะเร็งเนื้อรก. กรุงเทพฯ: คอนเซ็พท์ เมดิคัส; 2562

  2. Ngan HYS, Seckl MJ, Berkowitz RS, Xiang Y, Golfier F, Sekharan PK, et al. Diagnosis and management of gestational trophoblastic disease: 2025 update. Int J Gynaecol Obstet. 2025

  3. Zhao P, Lu Y, Huang W, Tong B, Lu W. Total hysterectomy versus uterine evacuation for preventing post-molar gestational trophoblastic neoplasia in patients who are at least 40 years old: a systematic review and meta-analysis. BMC Cancer. 2019;19:13

  4. Coyle C, Short D, Jackson L, et al. What is the optimal duration of human chorionic gonadotrophin surveillance following evacuation of a molar pregnancy? A retrospective analysis on over 20,000 consecutive patients. Gynecol Oncol. 2018;148(2):254-257.

  5. Ngan HYS, Seckl MJ, Berkowitz RS, et al. Diagnosis and management of gestational trophoblastic disease: 2021 update. Int J Gynaecol Obstet. 2021;155(Suppl 1):86-93

  6. Fisher RA, Maher GJ. Genetics of gestational trophoblastic disease. Best Pract Res Clin Obstet Gynaecol. 2021;74:29-41.

Similar Posts